ต่อมาจาก ข่าว Blognone
พอดีเขียนความเห็นไว้ยาว เลยเอามาลงบล๊อกกันลืมดีกว่า สำหรับความเห็นของผมหรือ?
ข้อเสนอในกรณีนี้คงหมายถึงซอฟท์แวร์นะครับ ทำไมรึ… เพราะถ้า…ซอฟท์แวร์เปิดโค้ดให้อ่านเหมือนหนังสือได้ละก็ สมควรคุ้มครองนานหน่อยละ เพราะหนังสือ นิยาย หรือการ์ตูน มันลอกง่าย เห็นชัดเจน
แต่ซอฟท์แวร์ที่ไม่ได้เปิดโค้ดมันไม่เหมือนวรรณกรรม หากต้องการการคุ้มครอง 25-50ปี เหมือนวรรณกรรม ก็ควรถูกบังคับให้เปิดโค้ดค่อยคุ้มครองต่อเนื่อง หรือถ้าใช้สัญญา GPL ก็ค่อยคุ้มครองนานๆ นานกว่าซอฟท์แวรที่โค้ดปิด …เห็นด้วยมั้ยครับ
อย่าลืมนะครับ อุตสาหกรรมซอฟท์แวร์มันเป็นของใหม่ของมนุษยชาติ ไม่เหมือนวรรณกรรมที่มีมาหลายร้อยปี อย่าไปคิดว่าสิ่งที่มีอยู่ในปัจจุบันมันถูกต้องเสมอไป อีก 50 ปี เราอาจมองย้อนหลังมาพบว่าคนในสมัยนี้ช่างงี่เง่ากับวิธีใช้กฏหมายคุ้มครองสิทธิ์เสียเหลือเกินก็เป็นได้
++++++
อีกนัยหนึ่งนะ นอกเรื่องนิด ไอ้สิทธิบัตรเนี่ย น่าแก้กว่า เรื่องฟ้องร้องตลกๆหลายๆเรื่องก็มาจากปัญหาสิทธิบัตรนี่แหละ ขอยกตัวอย่างเรื่องอินเตอร์เฟสของซอฟท์แวร์ก็แล้วกันครับ
ถ้ารถยนต์รุ่นแรกๆที่ใช้พวงมาลัย “แบบวงกลม” จดสิทธิบัตร แล้วห้ามคนอื่นสร้างรถที่ใช้พวงมาลัย “แบบวงกลม” คุณคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น? เราจะต้องใช้รถแบบที่จับแบบตลกๆอยู่ไหม?
ถ้าโทรศัพท์รุ่นแรกที่ใช้ปุ่มกด 0-9เรียงแบบปัจจุบันจดสิทธิบัตร จะเกิดอะไรขึ้น เราจะยังใช้โทรศัพท์แบบหมุนแป้นอยู่ไหม?
แล้วตอนนี้การจดสิทธิบ้ตรอย่างอินเตอร์เฟส “มัลติทัช” ค่ายอื่นห้ามใช้ ห้ามสร้างเลียนแบบ? อนาคตของ Smart Phone จะเป็นอย่างไร?
เรื่องบางเรื่องมันเป็น Best Practice แล้วการจดสิทธิบัตรจจะช่วยกระตุ้นการพัฒนาจริงๆอย่างนั้นหรือ?…